head

under1

Saturday, March 12, 2022

หมอเหรียญทอง ลั่น กรุณานั่งเป่าสากเงียบๆ

หมอเหรียญทอง ลั่น กรุณานั่งเป่าสากเงียบๆ



จากกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย และหัวหน้าห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกมาเผยแพร่โพสต์ ผ่านโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ Smith Fa Srisont พร้อมระบุข้อความเอาไว้ว่า เนื่องจากผมมีเพื่อนใน FB เป็นกู้ภัย อยากถามว่าอาสาสมัครกู้ภัยมีจริยธรรมของอาสาสมัครกู้ภัยไหมครับ ผมเห็นอาสาท่านหนึ่งพูดอธิบายวินิจฉัยเกี่ยวกับศพเหมือนอย่างเป็นแพทย์นิติเวช มันทำได้ไหมครับ ถ้าทำไม่ได้ อาสาท่านนั้นจะถูกลงโทษมั้ยครับ อีกข้อ ขอตำหนินักข่าวที่ไปทำข่าวเรื่องนี้กับอาสาท่านนั้นด้วย คือ ท่านคิดว่าการสัมภาษณ์ผลการตรวจศพควรทำกับอาสาฯ มากกว่าแพทย์นิติเวชที่ผ่าเหรอครับ จริงๆ ผมเคารพอาสามากๆ เลยนะครับ ผมสนิทกับหลายคนมากๆ อาสาเจอผมก็จะพูดคุยกันดีมาก เพราะผมออกที่เกิดเหตุท้องที่ในรามาฯ มาเกินสิบปีแล้ว และผมขอบคุณอาสาหลายๆ คนเลยครับที่เวลาไปตรวจที่เกิดเหตุช่วยในการตรวจศพและขนศพออกมา บางเคสก็ยากลำบากมากจริงๆ นับถือความมีน้ำใจในหลายๆ ครั้ง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับอาสาที่ทำแบบนี้เลยครับ อย่างไงก็ฝากช่วยๆ เตือนกันหน่อยนะครับ

Loading...

และล่าสุด วันที่ 12 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ เหรียญทอง แน่นหนา ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของ พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ออกมาเผยแพร่โพสต์ เป็นโพสต์ที่ หมอเหรียญทอง กล่าวลั่นถึง ผศ.นพ.สมิทธิ์ หลังออกมาตำหนิกู้ภัยอธิบายสภาพร่างของคุณแตงโม อีกทั้ง ยังตำหนิไปถึงนักข่าว อีกด้วย โดย หมอเหรียญทอง ได้ระบุข้อความว่า

ฝากบอกคุณหมอนิติเวชแพทย์ รพ.รามาธิบดี คนนั้น ด้วยว่าหากไม่สามารถสร้างความกระจ่างชัดเพือความยุติธรรมต่อคนตายได้ ก็กรุณานั่งเป่าสากเงียบๆ สงบเสงียมเจียมตัวไว้จะดีกว่านะครับ การที่อาสากู้ภัยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบาดแผลของศพน้องแตงโม ผมไม่เห็นว่าจะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายอะไร ไม่ว่าจะในทางการสืบสวนสอบสวนและโดยเฉพาะในทางนิติเวชศาสตร์ที่เป็นวิชาชีพเฉพาะของนิติเวชแพทย์ด้วย ผมกลับเห็นว่าการรับฟังข้อเท็จจริงต่างๆที่ได้มาจากทั้งอาสากู้ภัยหรือประชาชนนั้นกลับเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนแสวงหาความจริงเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ตายเสียด้วยซ้ำ ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องหรือเสียหายในทางจริยธรรมอย่างใด

ผมเคยประสบปัญหาจนเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี พ.ศ.2558 ระหว่างเดือน สิงหาคม-กันยายน ที่มีผู้ต้องหาเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ[DS] โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงข่าวว่าผู้ต้องหาเสียชีวิตด้วยการผูกคอตายเองด้วยถุงเท้า แต่ญาติได้รับผลการบันทึกการเสียชีวิตจากสถาบันนิติเวชฯว่ามี "ตับแต" ซี่โครงหักหลายซี่ร่วมด้วยจึงเป็นที่ต้องสงสัยของญาติและสังคมว่าผู้ต้องหาผูกคอตายแล้วตับแตก ซี่โครงหักได้อย่างไร??? กรมสอบสวนคดีพิเศษ และส่วนราชการต่างๆ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรมได้สอบสวนและให้ข่าวต่อสาธารณะไปในทางว่าตับแตกและซี่โครงหักนั้นเกิดจากการที่บุคลากรทางการแพทย์ รพ.มงกุฎวัฒนะทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตผู้ตายจนซี่โครงหักและตับแตก ไม่เคยมีการแถลงความจริงในเรื่องนี้ต่อสาธารณชนให้เป็นที่กระจ่างชัดมีแต่พยายามยื้อเรื่องให้ยาวนานซื้อเวลาแล้วสังคมก็จะเงียบหายไป

ผมในฐานะผู้อำนวยการ รพ.มงกุฎวัฒนะ และเป็นผู้บังคับบัญชาของบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัด ผมไม่ยอมปล่อยให้บุคลากรในสังกัดของผมต้องกลายเป็น "แพะรับบาป" เป็นผู้ต้องสงสัยว่าทำให้ตับแตกซี่โครงหัก' หรอกครับ ผมออกมาต่อสู้กรณีดังกล่าวแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างชัดเจนดุเดือด ตามลำพัง ทั้งเพื่อปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อความยุติธรรมของผู้ตายถึงแม้เขาจะเป็นผู้ต้องหาก็ตาม ถึงแม้กระทรวงยุติธรรมจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนซึ่งมีประธานคณะกรรมการ (นาย วิศิษฐ์ วิศิษฐสรอรรฎ ปลัดกระทรวงยุติธรรมในปัจจุบัน) และคณะกรรมการที่ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชศาสตร์จากคณะแพทยศาตร์

ทั้งจุฬาฯ รามาธิบดี ศิริราช ,ประธานราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ฯทั้งยังมี พญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ เป็นกรรมการร่วมด้วย แต่ผลการสอบสวนโดยคณะกรรมการสอบสวนก็ไม่กระจ่างชัด ไม่สามารถให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ตาย ปล่อยให้เป็นข้อกังขาของสังคมจนในที่สุดศาลได้ไต่สวนและมีคำพิพากษามีสาระว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ผูกคอตายเอง แต่มีคนอื่นทำให้เสียชีวิต และสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการเสียเลือดจำนวนมากเนื่องจากตับแตกมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ พบรอยฟกช้ำจากการกระแทกด้วยของแข็งที่หน้าท้อง ขนาด 5×5 ซม. และ 3×3 ซม จนเกิดการฉีกขาดของตับทำให้เสียเลือดจำนวนมาก

ไม่เคยมีสภาวิชาชีพทางการแพทย์ใดแสดงความเห็นทั้งๆที่การปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ตับแตก ปล่อยให้บุคลากรทางการแพทย์ รพ.มงกุฎวัฒนะ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยของสังคมว่าทำให้ตับแตก ผมคือคนเดียวที่ปกป้องบุคลากรในสังกัดของผมไว้ได้ทั้งหมด ผู้ตายตายไปแล้ว ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม ไม่เคยมีหน่วยงานใดสอบสวนเอาผิดผู้รับผิดชอบได้ มีแตเรื่องเงียบหายไปจากสังคม น้องแตงโม คงเป็นอีกกรณีที่คงต้องร้องขอความเป็นธรรมจากพระเจ้า

หมายเหตุ ผมขอให้กำลังใจต่ออาสากู้ภัยทุกท่านและประชาชนที่เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่น้องแตงโม ผมติดตามข่าวน้องแตงโมอย่างสงบเงียบไม่แสดงความเห็นใดๆต่อกรณีน้องแตงโม แต่เมื่อเห็นคุณหมอนิติเวชแพทย์ รพ.รามาธิบดี แสดงความเห็นอย่างดัดจริต น่ารำคาญแล้วก็ขอให้กำลังใจอาสากู้ภัยและสาธารณชนทุกท่าน ผมไม่ใช่คนหิวแสง โหนกระแสนะครับ แต่น้องแตงโม เป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันกับผมครับ ผมก็ขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่รุ่นน้องของผมด้วย

ที่มาและขอบคุณ เหรียญทอง แน่นหนา ,Smith Fa Srisont




under2

หนุ่ม กรรชัย แจ้งความเอาผิด "บังแจ็ค" หลังถูกโพสต์ขู่ฆ่า ยันทำหน้าที่สื่อตรงไปตรงมา

  หนุ่ม กรรชัย แจ้งความเอาผิด "บังแจ็ค" หลังถูกโพสต์ขู่ฆ่า ยันทำหน้าที่สื่อตรงไปตรงมา   สนับสนุนเนื้อหา หนุ่ม กรรชัย แจ้งความเอาผิ...