"บีม"ไม่ทน แฉ"กระติก"กลัวความผิด โยนขวดไวน์ลงน้ำ
สืบเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของ แตงโม หรือ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาวชื่อดังหลังตกเรือสปีดโบ๊ต กลางแม่นํ้าเจ้าพระยาเมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ก่อนจะพบร่างลอยเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนคดีเพื่อหาหลักฐานสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

Loading...

ล่าสุดมีรายงานว่า บีม ศรัณยู นักแสดงหนุ่มที่เป็นจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยค้นหาสาวแตงโมตั้งแต่วันเกิดเหตุ เผยข้อมูลในประเด็นที่กำลังเป็นที่ถงเถียงในโลกออนไลน์ว่าในวันที่เกิดเหตุสรุปแล้ว แก๊ง 5 คนบนเรือมีใครโดนแก้วหรือขวดไวน์ลงแม่น้ำจริงหรือไม่ โดย บีม เผยว่า..

ในวันที่ตนเองไปท่าเรือตนไม่ได้สังเกตว่ามีขวดไวน์หรือเปล่า วันเกิดเหตุตนเจอกระติกริมน้ำ จึงได้ถามกระติกว่ามีการดื่มไวน์กันหรือเปล่า กระติกบอกว่าดื่มและโยนขวดไวน์ทิ้งไป 2 ขวด คำนี้กระติกพูดออกมาเอง ตนไม่ได้เค้นถาม ตนก็ถามปอ เจ้าของเรือต่อว่าเกิดอะไรขึ้น ปอบอกว่าแตงโมตกเรือ เขาดูตกใจ ตนก็ไม่ได้มานั่งจับผิดเขาว่าเขาดื่มไวน์หรือเปล่า เพราะตอนนั้นมุ่งหาแต่แตงโม หลังจากนั้นตนเองและภรรยาก็ถามเหตุผลเขาว่าทิ้งทำไม กระติกตอบว่ากลัวเรื่องของเมาแล้วขับ ตนมองว่ามันเป็นข้ออ้าง เพื่อนหายทั้งคนจะห่วงอะไรแค่เมาแล้วขับ


ส่วนสีหน้าแววตาของกระติกในวันเกิดเหตุ ตนอ่านสีหน้ากระติกไม่ออกเลย เขาใส่แมสก์ตลอดเวลา แววตาเดี๋ยวก็นิ่ง เดี๋ยวก็ร้องไห้ จนตนเองต้องบอกว่า "น้องถ้ามึงจะร้องไห้ มึงร้องเลย เพราะมึงต้องร้องอีกเยอะ" ตนไม่เคยเห็นคนบุคลิกแบบนี้ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าน้องกระติกปิดบังอะไรหรือไม่

บีม ศรัณยู เผยต่อว่า ประเด็นขวดไวน์ที่มีเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปขวดไวน์ไว้ได้ คือคุณต้น สุรนาท ที่เป็นหัวหน้าชุดกรมเจ้าท่าวันเกิดเหตุ ตนโทรหาคุณต้นก็เรียกทีมมาลงพื้นที่ และบอกว่ามีรูปถ่ายขวดไวน์ส่งไปให้สื่อแล้ว แต่สื่อต้องไปดูดี ๆ ส่วนตัวไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ว่าเป็นของใคร สุดท้ายยืนยันว่ากระติกเป็นคนพูดว่าโยนขวดไวน์ ตนได้ยิน ภรรยาได้ยิน และเชื่อว่าโบว์ TK ก็ได้ยิน ข่าวล่าสุดที่บอกว่าเจอแก้วไวน์แล้ว ตนอยู่กับน้ำเจ้าพระยามา 20 กว่าปี การที่โยนอะไรทิ้งแล้วลงไปหามันเจอยากมาก และยิ่งเป็นแก้วที่มีน้ำหนักเบา บวกกับกระแสน้ำแรง มันจะยังอยู่เหรอ ประเด็นที่ว่าจะมีการหยอดยาไหมตนก็ไม่ทราบ แต่พอมีพิรุธหลายอย่างเข้ามาเรื่อย ๆ มันก็น่าคิด ส่วนตัวคิดว่าคดีนี้แปลก

