"ก้าวไกล"โวย ถูกเตะถ่วง ร่างพรบ.ฉุกเฉิน
สืบเนื่องกรณีที่ในวันนี้ 9 ก.พ.65 ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค พรรคก้าวไกล – Move Forward Party ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ถูกเตะถ่วงไปอีก 60 วัน เป็นอีกครั้งที่ร่างกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยเฉพาะที่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ถูกคณะรัฐมนตรี (ครม.) "เตะถ่วง" ด้วยการขอนำกลับไปพิจารณา 60 วัน ก่อนที่จะมีการลงมติในขั้นรับหลักการ ว่าจะให้มีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) หรือไม่?

Loading...
ร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ…. ที่เสนอโดย Rangsiman Rome – รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และคณะ ที่เสนอไว้ตั้งแต่ปี 2563 และกว่าจะได้มาพิจารณาก็ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้คือปี 2565 เพิ่งได้มีการอภิปรายนำเสนอหลักการและเหตุผล ซึ่งเจ้าตัวอธิบายสั้นๆ ว่า หลักการคือให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับใหม่

สาระสำคัญของร่างกฎหมายที่ รังสิมันต์ และพรรคก้าวไกล นำเสนอฉบับนี้ มี 4 เรื่องหลัก คือ 1. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไม่เกิน 30 วัน และต้องเห็นชอบจากสภา นายกรัฐมนตรีจะต้องนำเสนอเหตุผล มาตรการ และกระบวนการยุติต่อรัฐสภา ซึ่งหากสภาไม่เห็นชอบก็ให้การประกาศนั้นสิ้นสุดลงทันที นอกจากนี้ การขยายระยะเวลา จากเดิมขยายได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน เหลือ 30 วันเท่านั้น และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาในการต่ออายุ
ส่วนในกรณีที่มีการประกาศในช่วงไม่มีสภา ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยระยะเวลาประกาศไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ ขยายได้ไม่เกิน 30 วัน และหากในภายหลังมีสภาชุดใหม่ในประกาศนั้นยังไม่สิ้นสุดลง ก็ขอความเห็นชอบทันที เมื่อประกาศสิ้นสุดลง นายกรัฐมนตรีต้องนำเสนอรายงานการการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวต่อสภาใน 30 วัน

2.ตัดอำนาจการควบคุมสื่อ เรื่องการออกข้อกำหนดของนายกรัฐมนตรี ให้ตัดอำนาจการออกข้อกำหนดห้ามการเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัวออกไป เพราะสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ข่าวสารที่ประชาชนควรได้รับมากที่สุดไม่ใช่ด้านเดียวจากรัฐ หากแต่ต้องหลายภาคส่วน ให้เห็นทุกแง่มุม เพื่อให้ประชาชนเท่าทันและตรวจสอบการทำงานรัฐบาลได้
3.ศาลปกครองสามารถตรวจสอบประกาศหรือคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายได้ ตัดข้อยกเว้นที่ให้ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำใด ไม่ให้อยู่อำนาจศาลปกครอง และเจ้าหน้าที่ไม่มีความผิดในการใช้อำนาจตามประกาศ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ก็ต้องตัดออกไปด้วย เพื่อยืนยันการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องอยู่ในการตรวจสอบองค์การตุลาการเสมอ
4.ควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง กรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีความจำเป็นร้ายแรงที่ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวตัวบุคคลได้ จากเดิมสามารถคุมได้นานสูงสุด 7 วัน และขยายได้ 30 วัน และไม่ให้คุมตัวที่สถานีตำรวจ เรือนจำ หรือทัณฑสถานนั้น ในร่างใหม่นี้ ระบุให้ต้องดำเนินด้วยกระบวนการวิธีพิจารณาความอาญา คือ ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง ญาติทนายความเข้าถึงได้ เมื่อครบกำหนด หากจะคุมต่อไป ก็ต้องดำเนินด้วยกระบวนการวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น และต้องไม่กระทบสิทธิของญาติในการเยี่ยมด้วย

"ร่างนี้ไม่ใช่ร่างใหม่หรืออะไรที่ซับซ้อนเลย ทำความเข้าใจง่ายมาก เพราะคือการเพิ่มอำนาจให้สภา ให้อำนาจผู้แทนประชาชนตรวจสอบรัฐบาลได้ เพิ่มอำนาจให้ศาลปกครองเข้ามาดูว่ารัฐบาลมีการใช้อำนาจละเมิดประชาชนหรือไม่ ซึ่งสถานการณ์จะพิเศษแบบไหน หลักการเหล่านี้จะต้องมีอยู่ต่อไป วันนี้ ผมกำลังเสนอกฎหมายที่เพิ่มอำนาจพวกท่าน เพื่อไม่ให้รัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลทรราช ถึงเวลาคืนอำนาจตรวจสอบรัฐบาลให้กับสภา ด้วยร่างกฎหมายฉบับนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ส.ส. จะช่วยทำหน้าที่อย่างมีกระดูกสันหลัง จะยืนยันในสิ่งที่ยืนยันอยู่ ทำหน้าที่อย่างมีความผู้รับผิดชอบ ซื่อตรงกับประชาชน
ถ้ามีการลงมติและตั้ง กมธ. ตั้งแต่วันนี้ นี่คือประโยชน์สูงสุดที่หลายคนที่อภิปรายให้เห็นปัญหาจะได้เร่งแก้ไขทันที เพราะหากปล่อยให้เนิ่นนานต่อไป แสดงว่าจะมีพี่น้องในสามจังหวัดใต้ถูกรังแกไปอีกนานขึ้น แสดงว่าจะปล่อยให้รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้าง พ.ร.ก. โหนเชื้อโรครังแกผู้เห็นต่างต่อไป ตนเห็นว่าควรโหวตรับวาระ 1 วันนี้และไปคุยกันในชั้น กมธ. เพื่อปรับแก้ต่อไป และถ้าเห็นว่าสมบูรณ์แล้วก็โหวตรับในวาระที่ 3 นี่จะเป็นทางออกที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม มติจากที่ประชุม 394 เสียง ต่อ 157 เสียง เห็นด้วยให้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้ ครม.พิจารณาก่อนเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่าจะรับหลักการต่อร่างกฎหมายหรือไม่ ภายใน 60 วัน นี่เป็นอีกครั้งที่ ร่างกฎหมายจาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ถูกกลเม็ดเด็ดพรายของ "คณะรัฐมนตรี" เล่นงาน ซึ่งจะเรียกว่า "เตะถ่วง" หรือ "อุ้ม" หรืออะไรก็ตามแต่…แต่ที่แน่ๆ ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแน่นอน

ที่มาและขอบคุณ พรรคก้าวไกล – Move Forward Party
Wed, 09 Feb 2022 21:01:57 +0000
