วราวุธ ตอบพี่ติ๊ก งบผู้พิทักษ์ป่า
หลังจากเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา พระเอกชื่อดัง "ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี" ได้มีการทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @tik_pholdee ระบุว่า "รู้สึกน่าเสียดายมากนะครับกับการลดงบค่าใช้จ่ายการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ #เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า" หลังจากที่มีกระแสข่าว รัฐจะปรับลดงบประมาณปี 2565 สำหรับการดูแลป่าลง 47% จากที่เคยได้ 16,143 ล้านบาทในปี 2564 เหลือเพียง 8,534 ล้านบาท ทำให้ทางกรมอุทยานฯ ต้องเลิกจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 1,731 คน คิดเป็น 33%

Loading...
ขณะเดียวกันยังมีเจ้าหน้าที่บางส่วน ยอมให้ปรับลดเงินเดือนลง 25% เพื่อแลกกับการไม่ถูกเลิกจ้าง และทางเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พิจารณาการจัดสรรงบประมาณจ้างงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า หลังมีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทบพนักงานจ้างเหมาของอุทยานและอาจถูกเลิกจ้างสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางด้านเจ้ากระทรวงอย่าง "นายวราวุธ ศิลปอาชา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก "TOP Varawut – ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา" ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า สำหรับกระแสข่าว การถูกลดงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องถูกเลิกจ้าง-ลดจำนวนลงกว่าครึ่งนั้น ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำหนังสือยื่นขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลาง ให้สำนักงบประมาณพิจารณาถึงความจำเป็นในการจ้างเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เพื่อปกป้องรักษาผืนป่าของประเทศแล้ว #ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าชี้แจง ถึงความจำเป็นในการของบดังกล่าว ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรบ้าง

ผมเชื่อว่า สำนักงบประมาณจะเห็นถึงความจำเป็นและอนุมัติงบประมาณ หากเป็นไปตามคำขอ เราจะสามารถจ้างงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ทั้งหมด และจะไม่มีใครถูกเลิกจ้างหรือตัดเงินเดือนอีก เนื่องจากที่ผ่านมา การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีกำลังพลไม่เพียงพออยู่แล้ว เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว การดูแลผืนป่าของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 1 คน ต้องดูแลมากถึง 10,000 ไร่ ในการรับมือกับการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าครับ #TopVarawut #MNRE #พรรคชาติไทยพัฒนา

และเมื่อวันที่ 21 ม.ค.65 นายวราวุฒิ ได้มีการโพสต์ในประเด็นของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โดยระบุว่า #คุณดูแลป่า #เราดูแลคุณ เพิ่มสวัสดิการ ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 4,500 นาย ด้วยกรมธรรม์ประกันภัย วงเงิน 100,000 บาท กรมป่าไม้ มีพื้นที่รับผิดชอบพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศถึง 65 ล้านไร่ มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดและการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ รักษาป่า ควบคุมไฟป่า เกือบ 5 พันคนที่ต้องออกตรวจตรา ลาดตระเวนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลและอาจพักแรมในพื้นที่ป่าเป็นปกติวิสัย

ในบางครั้งอาจประสบภัยอันตรายต่างๆ จากกลุ่มบุคคลผู้หวังประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ จนถึงขั้นบาดเจ็บ พิการหรือทุพพลภาพหรือถึงแก่ชีวิตทำให้ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังต้องได้รับความยากลำบากในการดำรงชีวิต ดังนั้น การมีกรมธรรม์ประกันภัยหรือประกันชีวิต ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเป็นความมั่นคงในชีวิต

ผมและผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ ที่ได้ทำหน้าที่อย่างเสียสละ และอุทิศตน เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกมอบแก่คนรุ่นหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ในหลายพื้นที่กำลังทำหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งเป็นการทำงานที่หนักท่ามกลางความร้อน ความเหน็ดเหนื่อย และอันตรายมาก

แม้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะกำลังเผชิญปัญหาการถูกปรับลดงบประมาณ แต่ทางทีมผู้บริหาร ก็ได้พยายามประสานงานเพื่อหาเงินทุนมาส่งเสริมสวัสดิการของเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด โดยขณะนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่จะเข้ามาสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

ทั้งที่เป็นลูกจ้างทีโออาร์(TOR) และพนักงานราชการ ที่ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ที่ไม่มีสวัสดิการทั่วประเทศ ประมาณ 4,500 คน ด้วยการทำประกันชีวิตและประกันภัย ให้แก่เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานป่าไม้ ที่ยังขาดแคลนสวัสดิการคุ้มครอง ที่เหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความเสียสละครับ

สำหรับกระแสข่าว การถูกลดงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องถูกเลิกจ้าง-ลดจำนวนลงกว่าครึ่งนั้น ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำหนังสือยื่นขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลาง ให้สำนักงบประมาณพิจารณาถึงความจำเป็นในการจ้างเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เพื่อปกป้องรักษาผืนป่าของประเทศแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าชี้แจง ถึงความจำเป็นในการของบดังกล่าว ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรบ้าง

ผมเชื่อว่า สำนักงบประมาณจะเห็นถึงความจำเป็นและอนุมัติงบประมาณ หากเป็นไปตามคำขอ เราจะสามารถจ้างงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ทั้งหมด และจะไม่มีใครถูกเลิกจ้างหรือตัดเงินเดือนอีก เนื่องจากที่ผ่านมา การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีกำลังพลไม่เพียงพออยู่แล้ว เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว การดูแลผืนป่าของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 1 คน ต้องดูแลมากถึง 10,000 ไร่ ในการรับมือกับการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าครับ

ที่มาและขอบคุณ tik_pholdee,TOP Varawut – ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา