ไทยจ่อปรับโควิด โรคประจำถิ่น ไม่แจ้งยอดติดเชื้อรายวัน
ยังคงต้องเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่องสำหรับสถานการณ์โควิด-19 โดย ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.65 ทางด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ระบุว่า

Loading...
ที่ประชุมพิจารณา 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเห็นชอบหลักการแนวทางการพิจารณาโรคโควิดให้เป็นโรคประจำถิ่น เนื่องจากขณะนี้ การระบาดมีทิศทางที่ดีขึ้น อยู่ภายใต้การควบคุม ไม่ได้มีลักษณะรุนแรง และเป็นไปตามหลักวิชาการ อย่างไรก็ตาม โรคประจำถิ่นเป็นนิยาม ยังไม่ได้มีเกณฑ์ จึงต้องกำหนดลักษณะคร่าวๆ แล้วแปลงเป็นตัวเลข เพื่อเป็นเป้าหมายในการบริหารจัดการให้เป็นโรคประจำถิ่นให้ได้

โดยหลักเกณฑ์กว้างๆ มี 3 เรื่อง คือ 1. อัตราเสียชีวิตต่ำกว่า 1 ต่อผู้ป่วย 1 พันคน ก็ต้องบริหารไม่ให้เกินนี้ หากเกินถือว่าเป็นโรคที่อาจจะรุนแรง ส่วนการติดเชื้อมีเป็นระยะได้ แต่โรคต้องไม่รุนแรงเกินไป ไม่อันตราย อยู่ในการควบคุม ระบาดเป็นหย่อมๆ ไม่ใช่ระบาดทั้งประเทศ แต่เสียชีวิตอัตรา 1 ต่อพันรายก็ไม่ดีเช่นกัน

2. คนมีภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีน ซึ่งสำหรับโอมิครอนเราคิดว่าต้องได้วัคซีนครบ 2 เข็มเกิน 80% ของประชากร ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 70 กว่า% แล้ว และ 3. ระบบการดูแลรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องสอดคล้องกับการระบาดด้วย อย่างตอนนี้ยังเป็นโรคระบาดใหญ่ และเป็นโรคติดต่ออันตราย ดังนั้น กระบวนการทางกฎหมายก็ต้องถอดออกจากการเป็นโรคติดต่ออันตรายมาเป็นโรคติดต่อทั่วไป ต้องมีกระบวนการทางกฎหมายให้สอดคล้องด้วย

เราไม่อยากปล่อยเวลาให้โรคโควิดเป็นโรคประจำถิ่นด้วยตัวเอง จึงต้องบริหารจัดการให้เป็นโรคประจำถิ่น โดยบริหารจัดการให้ถึงเป้าหมายครบทั้ง 3 หลัก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการบริหารจัดการให้ถึงเกณฑ์ที่เป็นโรคประจำถิ่นได้ ซึ่งจะมอบหมายให้ สธ.และกรมควบคุมโรคไปดำเนินการบริหารจัดการตามแนวทาง โดยไปสร้างมาตรการและกลไก

ส่วนอีกเรื่องคือการจัดให้มีสถานที่เฉพาะในการฉีดวัคซีนโควิด เบื้องต้นเรียกว่า "คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่" เพราะยังต้องฉีดวัคซีนโควิดอีกระยะหนึ่งใหญ่ๆ เพื่อให้บุคคลมีภูมิต้านทานต่อเนื่อง โดยให้เปิดเป็นฟังก์ชันให้บริการโดยเฉพาะในรพ. ซึ่งอาจจะเปิดถึงในระดับ รพ.ชุมชน ซึ่งในอนาคต ใครจะมาวันไหนเวลาไหนที่ รพ.เปิดก็เข้ามาได้ จะฉีดวัคซีนใดๆ ก็ได้ ซึ่งหลายแห่งดำเนินการแล้ว แต่เราจะมีนโยบายลงไปให้ดำเนินการ ในการตั้งจุดฉีดประจำเป็นคลินิก เพราะเกรงว่าหากฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมแล้ว ก็อาจจะมีการถอนบริการนี้ออก

ทั้งนี้ ทางด้าน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก เพื่อตั้งคำถามในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ทางการสั่งให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว 28/1/65 ผลต่อเนื่องจากนี้หมายความว่า โควิดไม่ได้อยู่ในโรคติดต่ออันตราย? ไม่ต้องมีการตรวจคัดกรองแยกกักตัว? ไม่ต้องมีการรายงาน? ถ้าเป็นการรักษา ต่อไปนี้ใช้สิทธิ์ของแต่ละคนเช่นใช้บัตรทอง? ไม่ต้องมีการชดเชยการประกอบธุรกิจค่าเสียหาย? การตรวจใดๆ เป็นการตรวจที่ต้องเสียเงินเอง?

วัคซีนที่ใช้อยู่เป็นวัคซีนที่ออกมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งสิ้น และปัจจุบันในประเทศไทยยังสามารถเรียกร้องค่าชดเชยผลกระทบจากวัคซีนได้ จาก สปสช แล้วต่อจากนี้ยังสามารถรับค่าชดเชยได้หรือไม่? โดยที่จนกระทั่งถึงวันที่ 28 มกราคม 2565 มีผู้ยื่นคำร้อง 13,825 รายเข้าเกณฑ์ 10,544 ราย และมีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาในรายที่เหลือและที่มีอุทธรณ์ ทั้งนี้ ได้รับเงินชดเชยไปแล้ว 1,205,538,900 บาท และมีเสียชีวิต 20.56%"

Fri, 28 Jan 2022 14:43:48 +0000
