"ก้าวไกล"จี้เยียวยา ประมงพื้นบ้านโวยขายของไม่ได้ น้ำมันรั่วขึ้นหาดแม่รำพึง
วันที่ 29 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ พรรคก้าวไกล – Move Forward Party ได้ออกมาเผยแพร่โพสต์ ซึ่งเป็นโพสต์ที่ พรรคก้าวไกล ออกมาจี้รัฐบาลและเอกชน เร่งเยียวยา ชาวประมง เพราะเนื่องจากเหตุการณ์ น้ำมันดิบรั่ว ทำให้ ประมงพื้นบ้านขายของไม่ได้ โดย พรรคก้าวไกล ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า

Loading...

จากกรณีน้ำมันดิบรั่วออกจากท่อของทุ่นรับน้ำมันกลางทะเลมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 วันที่ 28 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 11.00 น. สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ และกฤช ศิลปชัย พร้อมคณะทำงานพรรคก้าวไกล จ.ระยอง เดินทางลงพื้นที่ชายหาดแหลมเจริญ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง เพื่อติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านและพ่อค้าแม่ค้าอาหารทะเล



สว่างจิตต์เผยว่าคณะทำงานพรรคก้าวไกล จ.ระยอง ได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันเพื่อรับฟังความวิตกกังวลของประชาชนในพื้นที่ โดยพบว่าคราบน้ำมันจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของกลุ่มประมงและพ่อค้าแม่ค้าอาหารทะเล รวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เคยได้รับผลกระทบมาแล้วเมื่อครั้งเหตุการณ์น้ำมันรั่วกลางทะเลปี 2556 ซึ่งครั้งนั้นได้รับผลกระทบรุนแรง ประมงพื้นบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพได้นานนับปี และจนถึงทุกวันนี้ การฟ้องร้องดำเนินคดีก็ยังไม่เสร็จสิ้น "เราเข้าใจดีว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เราจึงต้องการการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เราอยากให้บริษัทและรัฐเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา มีมาตรการชดเชิยเยียวยาอย่างเป็นธรรม มีมาตรการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมระยะยาวอย่างยั่งยืน เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย" สว่างจิตต์กล่าว

ทางด้านชาวประมงพื้นบ้านและพ่อค้าแม่ค้าอาหารทะเลเปิดเผยว่าเริ่มถูกยกเลิกออเดอร์จากผู้ประกอบการร้านอาหารแล้ว เนื่องจากมีจำนวนหนึ่งที่พบว่าปูและหอยที่จับได้นั้นมีกลิ่นและคราบน้ำมัน ส่วนที่เหลือแม้ไม่มีกลิ่นหรือคราบน้ำมันแต่ลูกค้าผู้บริโภคก็ไม่มั่นใจอยู่ดี เกรงว่าเหตุการณ์นี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ทำให้ชาวประมงและพ่อค้าแม่ค้าหลายรายต้องล้มหายตายจาก เลิกทำอาชีพนี้ถาวร จึงอยากขอวอนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โปรดเห็นใจพวกเรา และช่วยเหลือพวกเราด้วย ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม เพราะเดือดร้อนกันจริงๆ


ทางด้าน ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวที่รัฐสภา เรียกร้องให้ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบประกาศเป็นเขตภัยพิบัติทางทะเลโดยเร่งด่วน และแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบโดยทันที ประการที่ 2 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างชัดเจนและโปร่งใส เนื่องจากการสื่อสารในช่วงภาวะวิกฤติเป็นสิ่งสำคัญ และตอนนี้ประชาชนในพื้นที่สับสนอย่างมากจากการแจ้งข่าวที่มีข้อมูลไม่ตรงกันในแต่ละครั้ง จึงอยากฝากถึงคณะทำงานติดตามเรื่องนี้ทุกท่านขอให้สื่อสารให้ชัดเจน เชื่อถือได้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อจะทำให้สามารถระงับความความตื่นตระหนกของพี่น้องประชาชนได้ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน และสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ประการที่ 3 ถึงแม้ว่าทางบริษัทเอกชน SPRC จะแถลงการณ์ขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่ทางบริษัทยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบโดยการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนในพื้นที่ เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนต่อสาธารณชน และรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชน ชาวประมง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ระบบนิเวศทางทะเล ชายฝั่งและชุมชนที่อาจจะเกิดขึ้น
ซึ่งวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ตนได้รับยื่นหนังสือจากพี่น้องประชาชนซึ่งเริ่มมีความกังวลต่อการบริโภคอาหารทะเล และชาวประมงเรือเล็กที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพต้องงดจับสัตว์น้ำ และเช้าวันนี้ 28 มกราคม ตลาดขายอาหารทะเลเงียบเหงาซบเซาประชาชนไม่กล้าออกมาซื้อหาอาหารทะเล จากการพูดคุยทราบว่าในพื้นที่จังหวัดระยองพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงและจังหวัดที่รับอาหารทะเลจากจังหวัดระยองสั่งยกเลิกออเดอร์ทั้งหมดแล้ว และในขณะเดียวกัน เริ่มมีนักท่องเที่ยว บางส่วนขอยกเลิกการจองห้องพักในจังหวัดระยอง และ เกาะเสม็ดบ้างแล้ว ซึ่งนี่กำลังจะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามมาอีกด้วย

ประการที่ 4 ขอให้มีการตั้งคณะทำงานที่เป็นกลางขึ้นมาเพื่อสอบสวนสาเหตุการเกิดเหตุน้ำมันรั่ว และประกาศขั้นตอนและกลไกการชดเชยความเสียหาย พร้อมทั้งตั้งกองทุนเยียวยาประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลรวมไปถึงพืชและสัตว์ทะเลทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ประการสุดท้าย ตนขอเรียกร้องให้ หน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชน เปิดให้มีการจัดการปัญหาอย่างมีส่วนร่วม โดยเปิดให้ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม นักวิชาการ ตัวแทนจากภาคประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชน ได้เข้ามาติดตาม และจัดการปัญหาร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการประเมินผลกระทบและความเสียหาย เพื่อนำไปสู่การชดเชยเยียวยาที่เป็นธรรม รวมไปถึงการฟื้นฟู ทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศทางทะเลในระยะสั้นและระยะยาว และจากนี้รัฐเองมีความจำเป็นต้องมีกองทุนประกันความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม-ปิโตรเคมีและความเสี่ยงจากน้ำมันรั่ว พร้อมทั้งหามาตรการในการป้องกันอุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย สำหรับสถานการณ์น้ำมันรั่ว ล่าสุด เช้าวันที่ 29 มกราคม 2565 พบว่ามีคราบน้ำมันจำนวนหนึ่งเริ่มซัดขึ้นชายฝั่งหาดแม่รำพึงแล้ว #ก้าวไกล #น้ำมันรั่วมาบตาพุด

ที่มาและขอบคุณ พรรคก้าวไกล – Move Forward Party
Sun, 30 Jan 2022 12:59:59 +0000
